Srisawad Power 1979 Plc. >> News

ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ กลยุทธิ์สินเชื่อสะดวกซื้อ

โดย : phongsak | 2010-03-21 22:26:20
ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยในปัจุบันจะทำให้ผู้บริหารการเช่าซื้อหลายแห่งต้องชะลอการปล่อยสินเชื่อออกไป แต่ก็ยังมีบริษัทน้องใหม่

ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ กลยุทธิ์สินเชื่อสะดวกซื้อ
   ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยในปัจุบันจะทำให้ผู้บริหารการเช่าซื้อหลายแห่งต้องชะลอการปล่อยสินเชื่อออกไป แต่ก็ยังมีบริษัทน้องใหม่อย่าง "บริษัทศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์" ยังเห็นช่องทางธุรกิจนี้และพร้อมที่จะกระโดดเข้ามาสู่ธุรกิจเช่าซื้ออย่างเต็มตัว โดยมีหัวหอกที่มีประสบการณ์การทำ งานด้านนี้เกินกว่าสิบปี อย่าง"สมยศ เงินดำรง" เป็นผู้นำในฐานะกรรมการบริหาร

ศรีสวัสดิ์พาวเวอร์เริ่มธุรกิจมาเมื่อใด?
   เราเริ่มให้บริการมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2551 ภายใต้สโลแกน "มีบ้าน มีรถ เงินสดทันใจ" เป็นการให้บริการสินเชื่อทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน จำนองฝากขาย สินเชื่อเพื่อแรงงานไปต่างประเทศอีก

ระยะเวลาปีก้าวเปิดกู้ไปแล้วเท่าไร?
   ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีตอนนี้มียอดสินเชื่อบวกดอกเบี้ยแล้วประมาณ 1,200 ล้านบาท แต่มียอดสินเชื่อคงค้าง 1,400 ล้านบาท เพราะเรา ได้ไปซื้อหนี้จากบริษัท ศรีสวัสดิ์อินเตอร์เนชั่นแนล (1999) มาบริหารอีก 200 ล้านบาท แต่ปีนี้ตั้งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ได้ถึง 2,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าไม่น่ามีปัญหาและปีหน้าก็จะเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนของรถยนต์มากที่สุด 80% และที่เหลือ 20% เป็นสินเชื่อประเภทอื่น

มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (1999) หรือไม่?    ไม่เกี่ยวข้องกันแต่ตัวผมและพนักงานในปัจจุบันเคยเป็นพนักงานของบริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (1999) ที่เคยใช้สโลแกน"เงินติดล้อ" มาก่อน แต่เมื่อบริษัท ศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (1999) ถูกกลุ่ม เอไอจี ซื้อกิจการไป และเปลี่ยนชื่อมาเป็น บริษัท ซีเอฟจี เซอร์วิส ผมและพนักงานบางส่วนจึงออก มาร่วมหุ้นและทำธุรกิจกันเอง เพียงแต่ที่ยังใช้ชื่อ "ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์" ก็เพราะมีหนี้บางส่วนที่เราซื้อมาจากศรีสวัสดิ์ อินเตอร์เนชั่นแนล(1999) จึงต้องทำการให้ลูกหนี้เกิดความมั่นใจ เกิดความเชื่อมั่นว่าถ้าปล่อยค่างวดกับเราต่อไปจนหมดต้องได้เล่มทะเบียนคืนแน่ เพราะเรายังใช้ชื่อคล้าย กันอยู่ นี่จึงเป็นที่มาของ "ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์"

ที่มาของแหล่งทุนเป็นอย่างไร?
   ตอนนี้ก็มีทุนจดทะเบียนอยู่ 100 ล้านบาท มีผมถือหุ้นใหญ่อยู่ประมาณ 20 % ส่วนที่เหลือถือหุ้นโดยพนักงานเก่าของบริษัท ศรีสวัสดิ อินเตอร์เนชั่นแนล (1999) 129 คน ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการเพิ่มทุนขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้สอดคล้องกับยอดสินเชื่อที่จะปล่อยออกไป โดยหากผู้ถือหุ้นรายนั้นไม่มีเงินที่จะเพิ่มทุนผมก็จะมีการให้กู้ยืมเพื่อนำไปเพิ่มทุนได้ เป็นการให้ผู้ถือหุ้นเดิมแต่ละคนรักษาหุ้นของตัวเองไว้ให้นานที่สุด นอกจากนี้ยังมีทุนส่วนตัวและยังได้รับเครดิตจากทางธนาคารกรุงเทพที่จะให้วงเงินกู้อีกต่างหากต้องการ

ความเป็นไปได้ทางการตลาดเป็นอย่างไร?
   เราจะขยายสาขาให้มากที่สุด เพื่อให้มีเครือข่ายในการตรวจสอบลูกค้า การหาข้อมูลของลูกค้าด้วยความจริง รวมถึงการใช้ช่องทางติดตามเร่งรัดลูกค้าด้วย เช่น ลูกค้าขอกู้ข้ามจังหวัดมาที่สาขาปทุมธานี แต่ทำงานที่สุพรรณ เราก็จะให้สาขาที่สุพรรณช่วยตรวจสอบได้ว่าลูกค้า คนนี้มีประวัติเป็นอย่างไร ซึ่งทางเราตั้งใจว่าจะเป็นที่หนึ่งด้านสินเชื่อรายย่อยให้ได้ภายในปี 2553 โดยมีจุดเด่นที่ให้บริการรวดเร็วที่ให้บริการ ไม่เกิน 10 นาที สำหรับกู้รถจักยานยนต์ และไม่เกิน 30 นาที สำหรับกู้รถยนต์ ซึ่งลูกค้าเมื่อเดือดร้อนเรื่องเงินสิ่งที่ต้องการที่สุดคือความรวดเร็ว และจะเป็นจุดแข็งที่เราแข่งขันในตลาดได้ ถึงแม้ดอกเบี้ยที่เราคิดจะสูงกว่าตลาดก็ตาม อย่างรถเก๋งปี 2550 - 2551 ก็คิดดอกเบี้ย 1% เดือน และสูงสุดอยู่ที่ 1.50 % ต่อเดือน แต่ถ้าเป็นรถจักยานยนต์คิด 1.75% ต่อเดือน นอกจากนี้ วงเงินที่ให้กู้ก้ยังแบ่งตามคุณสมบัติของลูกค้าอีกอย่าง ถ้าเป็นข้าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น ก็จะให้วงเงินกู้ 80% ของราคาประเมิณ แต่ถ้าเป็นลูกค้าที่แสดง ฐานรายได้ปานกลางก็จะเหลือ 70% และถ้าฐานรายได้ตำก่วานี้ก็จะเหลือ 50 - 60% เท่านั้น ซึ่งที่ให้น้อยก็เพราะลูกค้าที่เป็นกลุ่มเกษตกร การแสดง หลักฐานการเงินไม่ค่อยมี รายได้เกิดจากผลผลิตตามฤดูกาลดังนั้นจึงต้องมีโปรดักพิเศษที่ให้ผ่อนเป็นรายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน และรายปี เพื่อให้สอดคร้องกับแต่ละพื้นที่ได้กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เราจะให้ผ่อนเป็นรายเดือน ซึ่งการให้วงเงินกู้ไม่สูงนั้นยังจะทำให้ลูกค้าเห็นว่าทรัพย์สิน ที่นำมาวางไว้เป็นหลักประกันนั้นยังมีค่ามากว่าเงินที่กู้ไป จึงต้องพยายามรักษาทรัพย์ของตัวเองไว้ให้ได้ และส่งผลต่อหนี้เอ็นพีแอลไไม่เกิน 2 % จาก ปัจจุบันที่ 1 %

ตอนนี้พนักงานกี่คนและรายได้ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
   มีอยู่ 400 คน ได้ดอกเบี้ยเฉลี่ยจากลูกค้าประมาณ 20% และมีเงินสดที่ลูกค้าชำระหนี้เข้ามาเดือนละประมาณ 80 ล้านบาท มีลูกหนี้ปัจจุบัน 1.5 หมื่อนราย ซึ่งเป็นลูกหนี้รถจักยานยนต์เฉลี่ยแล้วจะอยู่คันล่ะ 9,000 บาท รถเก๋งเฉลี่ยหนี้คันล่ะ 1.5 - 2 แสนบาท รถไถเฉลี่ยคันล่ะ 1 ล้านบาท โดยคาดว่าจะถึงจุด คุ้มทุนภายในสิ้นปีนี้

เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจในอนาคต?
   สนองตอบความต้องการสินเชื่อทุกประเภทแก่ลูกค้ารายย่อยทั่วประเทศ เราต้องขยายสาขามากที่สุดเพื่อคุมตลาดได้ เป็นร้านสะดวกซื้อด้านการเงิน ให้กับลูกค้าต้องทำให้ลูกค้ารู้ว่า"ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์" เป็นแบรนด์ด้านการเงิน มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการเงินและธุรกิจใหม่โดยใช้สาขาทั่วประเทศ เป็นฐาน โดยมีเป้าหมายนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน 2 ปี นอกจากนี้เรายังมีนโยบายหลักว่าเราพร้อมที่จะซื้อหนี้สินเชื่อทุก ขนาดเข้ามาบริหาร ซึ่งจะส่งผลให้เราเติบโตได้เร็วและขณะนี้มีศักยภาพที่จะซื้อหนี้ได้ถึง 5,000 ล้านบาท โดยพิจารณาจากหลักประกันสินเชื่อเป็นหลักว่าเรารับได้หรือไม่ เช่นรถบางยี่ห้อเราก็ไม่สนใจ แม้จะราคาถูกก็ตาม เพราะถ้าหากยึดมาได้ขายไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันพฤหัสับดีที่ ๑๔พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๒

Copyright @ 2008 by Srisawad Power 1979 Plc.